Page 145 - แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
P. 145
การสงเสริมการสอนวิชาชีพในโรงเรียน เพื่อเปนการฝกทักษะการทํางานใหกับนักเรียนชวยเหลือให
นักเรียนสามารถมีทักษะอาชีพ มีรายไดระหวางเรียนและสามารถประกอบอาชีพไดหลังจบการศึกษาภาคบังคับ
ซึ่งเปนการสนองพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีความหวงใยและ
เล็งเห็นความสําคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ดอยโอกาสที่อาศัยอยูในพื้นที่หางไกลและทุรกันดาร ทั้งนี้
เนื่องจากเด็กนักเรียนมีปญหาเรื่องเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษา ปญหาการประกอบอาชีพหลังจบการศึกษา
ดังนั้น พระองคจึงมีพระราชดําริที่จะพระราชทานความชวยเหลือใหแกโรงเรียนที่ตั้งอยูในพื้นที่หางไกลและ
ทุรกันดาร ทรงยึด “หลักความเสมอภาคทางการศึกษา” โดยมีวัตถุประสงคใหเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
มีโอกาสไดรับการศึกษาตามศักยภาพ สามารถประกอบอาชีพได เปนพลเมืองดี มีสานึกรักทองถิ่น (จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย,2555 : 3 – 39) และยังสอดคลองกับแนวคิดในการจัดการศึกษาสาหรับเด็กดอยโอกาสของ เสริม
ศักดิ์ วิศาลาภรณ (2552 : 215) ที่เสนอแนะวาการจัดการศึกษาสําหรับเด็กดอยโอกาสตามชายขอบควรมี
รูปแบบการจัดการศึกษาเฉพาะ เชน ไมแยกอาชีพกับการศึกษาแทนที่จะเรียนวิชาการในหลักสูตรเพียงอยาง
เดียว ควรจัดใหมีการเรียนวิชาการกับวิชาชีพเพื่อไปสูการมีงานทํา และการมีรายไดระหวางเรียน เพื่อเปน
ทางเลือกใหกับนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งสวนใหญมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน ไมมีโอกาสที่จะเรียนตอระดับสูง
และสามารถประกอบอาชีพไดเมื่อสําเร็จการศึกษา สําหรับโรงเรียนชายขอบ มีการสงเสริมใหโรงเรียนมีการ
จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งนี้ เพื่อใหนักเรียนความรูและทักษะในการทํางานมีความคิดสรางสรรคมี
ทัศนคติที่ดีตองานและเห็นคุณคาของการทํางานเปนพื้นฐานที่จะเปนประโยชนในการดํารงชีวิตประจําวันของ
เด็กและเยาวชนดวย และเปนฐานสําหรับการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนทักษะตอไปในอนาคต
แตดวยในสภาวะปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสังคมอยางรวดเร็วทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ ดาน
จากการศึกษาผลการดําเนินงานของโรงเรียนชายขอบที่ผานมา พบวา โรงเรียนมีการสงเสริมอาชีพทางการ
เกษตรและอาชีพอื่น ๆ ที่เปนพื้นฐานสําหรับการดํารงชีวิตและอาชีพที่เปนภูมิปญญาทองถิ่นหรืออาชีพที่ขึ้นอยู
กับความรูความสามารถ ความสนใจของครูผูสอน ผูบริหารโรงเรียนหรือตามที่หนวยงานอื่นที่ใหการสนับสนุน
ที่มุงเนนใหนักเรียนผลิตเพื่อการบริโภคในโรงเรียนมากกวาการเรียนรูหรือการที่นักเรียนจะนําไปประกอบอาชีพ
ได จึงไมสามารถชวยใหเด็กนักเรียนที่จบการศึกษาแลวนาไปใชในการประกอบอาชีพและสามารถดํารงชีวิต
ในสถานการณปจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงของทั้งทางดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังพบปญหา
ดานการสงเสริมอาชีพโดยเฉพาะอาชีพทางการเกษตรที่มีการดําเนินกิจกรรมการเกษตรในโรงเรียนอยางเปน
รูปธรรมแลว แตยังไมมีการประเมินผลวา เด็กไดรับความรูและมีทักษะทางการเกษตรมากนอยเพียงไร และเมื่อ
จบไปแลวสามารถนําความรูเหลานี้ไปใชในการดํารงชีวิตไดหรือไม อาจเนื่องมาจากจุดมุงหมายของกิจกรรม
การเกษตรของโรงเรียนหลายแหงมุงไปที่การผลิตยังไมไดเนนไปที่การเรียนรูของเด็ก นอกจากนี้ อาชีพอื่น ๆ
ทั้งอาชีพที่เปนพื้นฐานสําหรับการดํารงชีวิตและ อาชีพที่เปนภูมิปญญาทองถิ่นสวนใหญเปนการจัดการ
ฝกอบรมระยะสั้นใหแกเด็กและเยาวชนไมไดมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่ชัดเจน ทําใหการพัฒนาขาด
ความตอเนื่อง (แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2550 – 2559, 2551 : 7 – 10)
จากสภาพปจจุบันดังกลาวขางตน สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีอํานาจหนาที่ตาม
คําสั่งคําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ
กระทรวงศึกษาธิการ (ขอ 11 (3)) ใหมีสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด มีอํานาจหนาที่ สั่งการ กํากับ ดูแล เรงรัด
ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของสวนราชการหรือหนวยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวง
ศึกษาธิการใหเปนไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ ขอ 8 (6) ให กศจ. มีอํานาจหนาที่ กํากับ
เรงรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของสวนราชการหรือหนวยงานและสถานศึกษาในสังกัด
แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ พ.ศ.2564
ของสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ไดรับจัดสรร) 134

